ตรวจสุขภาพ เจาะชิ้นเนื้อตรวจหามะเร็งเต้านม

ตรวจสุขภาพ เจาะชิ้นเนื้อตรวจหามะเร็งเต้านม ผู้หญิงเราในปัจจุบันใส่ใจสุขภาพตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะสุขภาพของเต้านม มีการรับรู้ข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวสารทางด้านการแพทย์มากขึ้น ทราบถึงวิธีการตรวจคัดกรองทั้งแบบการคลำเต้านมด้วยตัวเอง หรือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการทำ แมมโมแกรม และอัลตราซาวด์

ในอดีตการรักษาต้องอาศัยการติดตามเป็นระยะ หรือหากกังวลมาก ก็อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อออกมาตรวจ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ บวกกับความสามารถของรังสีแพทย์ ทำให้สามารถนำเอาชิ้นเนื้อดังกล่าวส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ด้วยการทำ Needle biopsy หรือการเจาะตรวจชิ้นเนื้อด้วยเข็ม โดยไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัย สิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในเต้านมของผู้หญิงส่วนใหญ่ได้ก่อนที่จะทำการผ่าตัด เพื่อลดอัตราการผ่าตัดซ้ำสอง และลดการสูญเสียโอกาสในการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม เนื่องจากมาพบภายหลังว่าเป็นมะเร็งเต้านม

การเจาะชิ้นเนื้อตรวจหามะเร็งเต้านม (Needle biopsy) หรือเรียกแบบเต็มๆ ว่า Image-Guided Percutaneous Breast Biopsy คือ การเจาะพิสูจน์ชิ้นเนื้อที่เต้านม โดยใช้เครื่องมือทางรังสีวิทยาช่วยในการชี้ตำแหน่งรอยโรคซึ่งเครื่องมือดังกล่าว ได้แก่ เครื่องอัลตราซาวด์ และเครื่องเอกซเรย์ stereotactic unit ข้อดีของการทำ Needle biopsy คือสามารถใช้กับรอยโรคที่ทั้งคลำได้และคลำไม่ได้ ให้ความแม่นยำสูงกว่าการเจาะโดยการคลำด้วยมือ และลดจำนวนการผ่าตัดเล็กเฉพาะรอยโรค (Open Surgical Excisional Biopsy) ซึ่งอาจจะใช้เวลานานกว่า แผลมีขนาดใหญ่กว่า และอาจก่อให้เกิดร่องรอยแผลเป็นภายในเต้านม ซึ่งจะมองเห็นได้ในการตรวจแมมโมแกรมครั้งต่อๆ ไป

การทำ Needle Biopsy สามารถเลือกทำได้2 วิธี ดังนี้
1. Fine Needle Aspiration (FNA) จะใช้เข็มเล็กเจาะดูดเซลล์บางส่วนจากรอยโรคที่สงสัย ส่งห้องตรวจด้านเซลล์วิทยา

ข้อดี คือทำได้สะดวก รวดเร็ว อุปกรณ์ไม่ยุ่งยาก ราคาถูก บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อบริเวณรอยโรคน้อยกว่า แผลหลังจากการทำหัตถการนี้จะเล็กเหมือนรอยถูกเข็มเจาะเลือด และภาวะแทรกซ้อนหลังการทำหัตถการน้อย เช่น การเสียเลือด แผลติดเชื้อ เป็นต้น

ข้อเสีย คือต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้ตรวจ ผู้อ่านผลในการวินิจฉัยค่อนข้างมาก และอุปกรณ์ที่ใช้ คือเข็มเล็กขนาดพอๆ กับเข็มฉีดยา จึงมีโอกาสดูดเซลล์ในปริมาณที่ไม่มากพอต่อการวินิจฉัย รอยโรคบางอย่างไม่เหมาะกับการพิสูจน์ชิ้นเนื้อด้วยวิธีนี้ เช่น หินปูนขนาดเล็ก หรือรอยโรคบางอย่างที่มีเซลล์เยื่อบุค่อนข้างน้อย เช่น มะเร็งเริ่มต้นในต่อมน้ำนม

2. Core Needle Biopsy (CNB) จะใช้เข็มขนาดใหญ่เจาะเก็บชิ้นเนื้อบางส่วนออกมาจากรอยโรคที่สงสัยส่งตรวจทางห้องพยาธิวิทยา

ข้อดี คือสามารถใช้กับรอยโรคหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นก้อน หินปูนขนาดเล็ก โครงสร้างเนื้อเต้านมผิดรูป หรือเนื้องอกในท่อน้ำนม เป็นต้น โดยวิธีนี้ยังให้ความจำเพาะ และความไวในการวินิจฉัยสูงกว่าวิธี FNA ที่สำคัญ คือชิ้นเนื้อที่ได้จากวิธีนี้สามารถนำไปตรวจหาค่า ER PR และ HER2 ต่อไปได้ ซึ่งค่าเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ในการพิจารณาเรื่องการให้ยาในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว

ข้อเสีย คือต้องใช้อุปกรณ์ที่มีความจำเพาะ วิธีการทำยุ่งยาก ราคาแพงกว่า เกิดบาดแผลที่กว้าง มีโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนได้มากกว่า เช่น เลือดออก แผลติดเชื้อ ต้องมีการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังการเจาะ นอกจากนี้ อาจทำให้ผลทางพยาธิวิทยาของรอยโรคถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการตรวจนี้จะเลือกสุ่มตัดชิ้นเนื้อเพียงบางส่วนของรอยโรค